Share |

หลอดประหยัดไฟที5ปลุกธุรกิจไลติ้งบูม

ซีลวาเนีย ชี้ ตลาดไลติ้ง คึกคัก รัฐดันโปรเจ็กต์ สนับสนุนหน่วยงานราชการเปลี่ยนใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน ที 5 ขณะที่ตลาดส่งออกหดตัว โรงงานรับจ้างผลิต ต้องหันสร้างแบรนด์ ทำตลาดในไทย ส่งแบรนด์ใหญ่ ฟิลิปส์ ต้องเร่งป้องตลาด รักษาแชร์ มูลค่ากว่า 6 พันล้าน
 นายปูมเทพ มาลากุล ณ อยุธยา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ฮาเวลส์ ซีลวาเนีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า สาเหตุที่ช่วงนี้ ตลาดหลอดไฟฟ้า หรือธุรกิจไลติ้งคึกคัก มีการแข่งขันทำตลาดมากขึ้น เป็นเพราะภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนการปรับเปลี่ยนการใช้หลอดไฟของหน่วยงานราชการ ให้มาใช้หลอดไฟประหยัดพลังงานที 5 นอกจากนี้ ตลาดต่างประเทศ หรือตลาดส่งออก ยังหดตัว เพราะมีการนำเข้าจากโรงงานในประเทศจีน หรือเพื่อนบ้านของไทย ซึ่งมีภาษีนำเข้า 0% แทน ส่งผลให้โรงงานในไทยที่เคยทำตลาดส่งออก และรับจ้างผลิต (Original Equipment Manufacturer : OEM) ต้องหันมาสร้างแบรนด์ เพื่อทำตลาดในประเทศไทยทดแทน
 ขณะเดียวกันแบรนด์ยักษ์ใหญ่ จากต่างประเทศ อาทิ ฟิลิปส์ พานาโซนิค ต้องขยับขึ้นมาทำตลาดมากขึ้น เพื่อรักษาส่วนแข่งของตัวเองในตลาด โดยตลาดไลติ้งเพียงอย่างเดียว มีมูลค่าประมาณ 6 พันล้านบาท ปีนี้คาดว่าจะขยายตัวมากกว่า 10% เนื่องจากการแข่งขันของผู้ประกอบการ นอกจากนี้ ยังมีตลาดนอน-ไลติ้ง หรืออุปกรณ์อื่นๆ อาทิ ถ่านไฟฉาย มีมูลค่าประมาณ 4 พันล้านบาท และตลาดอื่นๆ อีกนับพันล้านบาท
 "ตลาดรวมไลติ้งงบ 6 พันล้านบาท แบ่งเป็นหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ ประมาณ 25% หลอดตะเกียบเกือบ 30% เฉพาะแค่ 2 ประเภทนี้ ก็กินตลาดไปเกือบ 50% แล้ว และตอนนี้ภาวะเศรษฐกิจก็เริ่มกลับมา ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เริ่มขยายตัว ทำให้มีโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้น ส่งผลให้มีแบรนด์ต่างๆ เข้าเล่นในตลาดมากกว่าที่ผ่านมา" นายปูมเทพกล่าวและว่า ปีที่แล้ว รัฐออกหลอดไฟฟ้าประหยัดไฟราคาถูก ประกอบกับภาษีนำเข้าที่ปรับเป็น 0% จากเดิม 10% โดยเฉพาะหลอดประหยัดไฟ ส่งผลให้เกิดการแข่งขันสูง ทำให้ราคาหลอดไฟตกลงประมาณ 5-10% ดังนั้น การขยายตัวในปีนี้ จะเน้นไปที่ปริมาณมากกว่ามูลค่า
 ส่วนของซีลวาเนียเอง ได้เริ่มทำโรดโชว์ให้ความรู้กับผู้บริโภค เกี่ยวกับการใช้หลอดไฟ และแนะนำให้รู้จักกับหลอดประหยัดพลังงาน ที 5 มากขึ้น นอกจากนี้ ยังขยายตลาดออกสู่ต่างจังหวัด โดยปรับกลยุทธ์จากที่เคยกระจายเป็นวงกว้างในการทำตลาด มาเป็นการจำกัดและโฟกัสในแต่ละพื้นที่ให้ชัดเจน มีการทำโรดโชว์ไปตามต่างจังหวัด ทำกิจกรรมการตลาด และมีการใช้สื่อในท้องถิ่น อาทิ เคเบิลทีวี เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยมีเป้าหมายขยายสัดส่วนการตลาดต่างจังหวัดจาก 35% ขึ้นมาเป็น 50% ภายในระยะเวลา 3 ปี
 พร้อมกันนี้ ยังเตรียมนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดเพิ่มเติม ทั้งในหมวดไลติ้ง และนอน-ไลติ้ง เช่น หลอดไฟฟ้าแอลอีดี หลอดไฟที 5 รวมไปถึงสวิตช์เกียร์ ที่มีลักษณะคล้ายเบรกเกอร์ ล่าสุดได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์หลอดประหยัดไฟซีลวาเนียชุดถวายสังฆทาน และยังมีแผนที่จะขยายตลาดใหม่ๆ เช่น การทำโรงงานประกอบโคมไฟ ซึ่งเคยมีแผนดำเนินงานก่อนหน้านี้ จะเริ่มมีการศึกษาตลาดมากขึ้น
 สำหรับภาพรวมของตลาดหลอดไฟฟ้าและอุปกรณ์ประกอบการส่องสว่างในช่วง 6 เดือนแรก มีมูลค่ารวมประมาณ 2,900 ล้านบาท ซีลวาเนียมียอดขายประมาณ 430 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 46% มีส่วนแบ่งการตลาด 15% แบ่งเป็นหลอดไฟ 55% โคมไฟ 37% และอุปกรณ์เสริม 8% โดยยอดขายในกลุ่มหลอดไฟเป็นยอดขายจากหลอดตะเกียบถึง 52% และคาดว่าสิ้นปีซีลวาเนีย จะสามารถสร้างยอดขายได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท เติบโตจากปีที่แล้วประมาณ 30%
 นายประกรณ์ เมฆจำเริญ ซีอีโอ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฟิลิปส์อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย)ฯ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ในปีนี้ ฟิลิปส์วางเป้าหมายในการบุกตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ไลติ้งมากเป็นพิเศษ โดยวางช่องทางว่าจะออฟเฟอร์อะไรให้กับลูกค้า พร้อมทั้งวางแผนรุกเข้าไปในธุรกิจ เอนเตอร์เทนเมนต์ ออฟฟิศ อุตสาหกรรม ค้าปลีก บ้าน กลางแจ้ง โรงพยาบาล รถยนต์ และสุขภาพ  โดยปีนี้ จะมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ โคมไฟตกแต่งบ้าน (Consumer Luminaires) และหลอดประหยัดพลังงาน
 ฟิลิปส์ ได้ร่วมกับบริษัท ซีอาร์ซี เพาเวอร์ รีเทล จำกัด เปิดตัว Philips Light Studio โชว์รูมโคมไฟตกแต่งภายในบ้านภายใต้แบรนด์ฟิลิปส์แห่งแรกในประเทศไทย ที่ห้างสรรพสินค้าโฮมเวิร์ค สาขาภูเก็ต และยังมีแผนที่จะเปิด Philips Light Studio ในปีนี้ให้ครบ 3 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด และประมาณไตรมาส 3 ฟิลิปส์ยังเตรียมออกสินค้าในกลุ่มโคมไฟตกแต่งอีก 200 รุ่น จากเดิมที่มีอยู่ประมาณ 150 รุ่น
 ด้านสมนึก โอวุฒิธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลี้กิจเจริญแสง จำกัด ผู้ผลิต จัดจำหน่ายหลอดไฟและอุปกรณ์ส่องสว่าง ภายใต้แบรนด์ "เลคิเซ่" (lekise) กล่าวว่า เป้าหมายของบริษัท จะไม่ขยายงานในส่วนของโออีเอ็มเพิ่มเติมจากที่มีอยู่ เนื่องจากตลาดไม่มั่นคง มีการตัดราคา และจะให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ของตัวเองมากขึ้น โดยได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ด้วยการใช้งบการตลาดประมาณ 50 ล้านบาท กับการสร้างแบรนด์เลคิเซ่เป็นครั้งแรก
 สำหรับหลอดไฟที5 ตลาดยังไม่ใหญ่นัก มีสัดส่วนไม่เกิน 10% ของตลาดรวมอุปกรณ์ให้แสงสว่างทั้งหมด ที่มีมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งมีแบรนด์ฟิลิปส์เป็นผู้นำตลาด ครองส่วนแบ่งประมาณ 40%

ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์